นอนไม่หลับ
นอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับ เป็นอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เนื่องจากสมองทำงานไม่เป็นปกติ อาการนอนไม่หลับยังอาจเป็นอาการเตือนของโรคอื่นๆ การนอนไม่หลับมักมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือ
1.การเปลี่ยนแปลงของอายุที่มากขึ้น โดยปกติเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น สมองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อม เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ส่งผลกับการนอนของผู้สูงอายุ คือ ระยะเวลาของการนอนตอนกลางคืนจะลดลง ใช้เวลานานขึ้นหลังจากเข้านอนเพื่อที่จะหลับ ช่วงระยะที่หลับแบบตื้น (ตอนที่กำลังเคลิ้ม แต่ยังไม่หลับสนิท) จะยาวขึ้นขณะที่ช่วงระยะที่หลับสนิทจริงๆ จะลดลง มีการตื่นขึ้นบ่อยๆ กลางดึก อย่างไรก็ตามแม้ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจสมวัย ก็อาจรู้สึกว่าตัวเองนอนน้อยลง หรือคิดไปว่านอนไม่หลับ แต่มีข้อที่น่าสังเกต คือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้แม้จะดูเหมือนว่านอนไม่หลับแต่ช่วงกลางวันมักจะไม่มีอาการง่วงแต่อย่างใด
2.มีโรคซ่อนอยู่ ยาบางประเภทโดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลาง หรือสมอง ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ เช่น ใช้ยานอนหลับนานๆ ยารักษาอาการสั่น เคลื่อนไหวช้าในโรคพาร์กินสัน หรือบางครั้งอาจเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโรคทางสมอง เช่น แอลกอฮอล์ในยาน้ำแก้ไอ หรือ คาเฟอีนที่ผสมอยู่ในยารักษาโรคหวัด เมื่อหยุดการใช้ยาเหล่านี้ อาการนอนไม่หลับก็จะหายไปเอง คนที่มีโรคที่ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน ก็จะมีผลต่อการนอนด้วย เช่น เบาหวาน ซึ่งจะทำให้ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก โรคต่อมลูกหมากโต โรคไตวายเรื้อรัง หรือแม้แต่การใช้ยาขับปัสสาวะในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจวาย ก็ทำให้มีปัสสาวะตอนกลางคืนได้บ่อยๆความเจ็บปวดทางกายจะมีผลทางอ้อมต่อการนอนหลับเสมอ ที่พบบ่อยมักเกิดจากโรคของกระดูกและข้อเสื่อม ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังได้ เช่น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกคอเสื่อม เป็นต้น นอกจากนี้ อาการท้องผูก แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ก็มีผลต่อการนอนทำให้ไม่สบายตัว
นอกจากสุขภาพจะดี การออกกำลังก็สามารถช่วยให้การนอนกลับมาเป็นปกติได้ แต่อย่าออกกำลังหนักๆช่วงก่อนเข้านอนเพราะร่างกายจะตื่นตัว หัวใจยังเต้นแรง แล้วก็ทำให้หลับยากเหมือนเดิมนะ